วันอังคารที่ 25 สิงหาคม ค.ศ. 2026

กินยาดักไข้ : ความเชื่อผิด ๆ ที่อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี

24/08/2026 16:42 Ben 18 ครั้ง
News Cover

หลายคนอาจเคยได้ยินคำแนะนำว่า "ถ้าตากฝนมา ให้รีบกินยาพาราฯดักไว้ก่อน" เพราะเชื่อว่าจะช่วยป้องกันไข้หรือทำให้ไม่ป่วย แต่ในความเป็นจริง ความเชื่อนี้เป็นความเข้าใจที่ผิดอย่างสิ้นเชิง

 

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ? เราจะพาไปทำความเข้าใจว่าเหตุใดการกินยาดักไข้จึงไม่ช่วยป้องกันการเจ็บป่วย ทั้งยังอาจส่งผลเสียที่อันตรายถึงชีวิตด้วย

 

แบบไหนถึงเรียกว่าเป็นไข้ ?

 

ไข้ คือ ภาวะที่อุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ ซึ่งปกติแล้วอุณหภูมิร่างกายจะอยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส หากวัดอุณหภูมิร่างกายได้ตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไปถือว่าเริ่มมีไข้ โดยอุณหภูมิที่วัดได้อาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามตำแหน่งที่วัด เช่น การวัดใต้รักแร้ซึ่งมักได้ค่าต่ำกว่าการวัดทางปากเล็กน้อย หรือการวัดในหูที่ให้ค่าใกล้เคียงกับการวัดทางปาก

 

ซึ่งโดยทั่วไป ระดับความรุนแรงของไข้สามารถแบ่งได้ดังนี้

- ไข้ต่ำ : 37.5–38.0 องศาเซลเซียส

- ไข้ปานกลาง : 38.1–39.0 องศาเซลเซียส

- ไข้สูง : 39.1–41.0 องศาเซลเซียส

- ไข้สูงมาก : มากกว่า 41.0 องศาเซลเซียส

 

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการไข้คือ การติดเชื้อหรือการอักเสบ ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย ตลอดจนเชื้อโรคชนิดอื่น ๆ ซึ่งจะกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงาน ส่งผลให้ร่างกายเพิ่มอุณหภูมิขึ้นเพื่อช่วยต่อสู้กับเชื้อโรค

 

รู้จักยาพาราเซตามอล

 

‘พาราเซตามอล (Paracetamol)’ หรืออีกชื่อคือ ‘อะเซตามิโนเฟน (Acetaminophen)’ เป็นยาสามัญประจำบ้านที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย สามารถหาซื้อได้ง่าย มีสรรพคุณหลักในการลดไข้และบรรเทาอาการปวดเล็กน้อยถึงปานกลาง เช่น ปวดศีรษะ ปวดฟัน ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง หรือปวดประจำเดือน

 

หลังกินตัวยาจะออกฤทธิ์ในการรักษาสูงสุดที่ 30-60 นาที ก่อนถูกทำให้หมดฤทธิ์ที่ตับ ทั้งนี้ ยาพาราเซตามอลมีจำหน่ายหลายรูปแบบ เช่น ยาเม็ดขนาด 325, 500 หรือ 650 มิลลิกรัม/1 เม็ด และยาน้ำขนาด 120, 160 หรือ 250 มิลลิกรัม/5 มิลลิลิตร (1 ช้อนชา) ไปจนถึงขนาด 80 หรือ 100 มิลลิกรัม/1 มิลลิลิตร

 

ขณะที่การใช้ยาที่ถูกต้องควรคำนวณตามน้ำหนักตัว โดยแนะนำให้กินครั้งละ 10-15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 4-6 ชั่วโมง ดังนั้น ผู้ป่วยแต่ละคนอาจได้รับขนาดยาแตกต่างกันตามน้ำหนักตัว สำหรับผู้ใหญ่โดยทั่วไป สามารถกินครั้งละ 1-2 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง แต่ไม่ควรกินเกิน 4,000 มิลลิกรัม หรือ 8 เม็ดต่อวัน และไม่ควรกินยาต่อเนื่องเกิน 5 วัน

 

 

ไม่สามารถ ‘กินยาดักไข้’ ได้

 

ยาพาราเซตามอลและยาลดไข้อื่น ๆ มีหน้าที่บรรเทาอาการไข้ ลดอุณหภูมิของร่างกายเมื่อมีไข้แล้ว และช่วยบรรเทาอาการปวดต่าง ๆ แต่ไม่มีฤทธิ์ในการป้องกันโรคหรือป้องกันการเกิดไข้ การกินยาทั้งที่ยังไม่มีอาการ ไม่ว่าจะเป็นการดักไข้หรือดักโควิด จึงไม่ได้ช่วยลดโอกาสการเจ็บป่วยแต่อย่างใด

 

นพ.พจน์ อินทลาภาพร หัวหน้างานโรคติดเชื้อ กลุ่มงานอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี และ นพ.ธีรวัฒน์ วงศ์สุวรรณะทัต แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป ให้ข้อมูลว่า โดยหลักการแล้ว ยาพาราเซตามอลควรใช้เมื่อมีไข้จริงเท่านั้น เพราะยาลดไข้มีหน้าที่บรรเทาอาการที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่ยาที่ใช้ป้องกันไข้หรือป้องกันการติดเชื้อ การกินยาดักไว้ก่อนจึงไม่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการรักษา

 

ดังนั้น ในขณะที่ยังไม่มีอาการ เราไม่สามารถรู้ได้ว่าร่างกายจะป่วยจริงหรือไม่ การกินยาล่วงหน้าจึงไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ในการป้องกันโรค ทั้งยังอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้อีกด้วย เพราะย้ำอีกครั้งว่ายาชนิดนี้มีหน้าที่ ‘รักษาอาการเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่ป้องกันไม่ให้อาการเกิดขึ้น’

 

ผลข้างเคียงจากยา

 

แม้ยาพาราเซตามอลและยาลดไข้อื่น ๆ จะเป็นยาที่มีความปลอดภัยสูงเมื่อใช้ถูกต้อง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสามารถกินได้ทุกเมื่อโดยไม่จำเป็น เพราะยาทุกชนิดล้วนมีโอกาสเกิดผลข้างเคียง โดยเฉพาะเมื่อกินเกินขนาด ใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือใช้โดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

 

หากได้รับยาในปริมาณมากหรือใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ตับจะต้องทำงานหนักขึ้น และอาจเกิดการสะสมของสารพิษที่ทำลายเซลล์ตับ จนนำไปสู่ภาวะตับอักเสบ ตับวาย หรืออันตรายร้ายแรงถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคตับหรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำจะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป

 

นอกจากผลกระทบต่อตับแล้ว ยาลดไข้ยังอาจก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ง่วงซึม หรือผื่นแพ้ยา แม้จะพบได้ไม่บ่อย แต่ก็เป็นสิ่งที่ควรระมัดระวัง นอกจากนี้ ยังอาจทำให้สัญญาณของโรคบางชนิดถูกกลบ จนทำให้การวินิจฉัยและการรักษาล่าช้าได้

 

 

จริง ๆ แล้วควรทำอย่างไรเพื่อป้องกันไข้ ?

 

ความจริงแล้วไม่มีวิธีใดที่สามารถป้องกันได้ 100% เพราะไข้เป็นอาการที่เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือการอักเสบของร่างกาย แต่เราสามารถลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยได้ด้วยการดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่ กินอาหารที่ดีต่อร่างกาย ดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ ไปจนถึงการหมั่นล้างมือก่อนกินอาหารหรือหลังเข้าห้องน้ำ

 

นอกจากนี้ การเข้ารับวัคซีนที่จำเป็นก็สำคัญ โดยเฉพาะวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ซึ่งควรฉีดกระตุ้นทุก 1 ปี เพื่อลดความรุนแรงของอาการป่วย

 

ขณะที่ นพ.โฆษิต เอี้ยวฉาย โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช แนะนำว่า การกินวิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสมช่วยเพิ่มปริมาณและการทำงานของเม็ดเลือดขาว รวมถึงลดการสร้างสารฮิสตามีน ที่ทำให้เกิดการหลั่งน้ำมูก จาม คัน หรือคัดจมูก ทั้งยังช่วยลดระยะเวลาการเป็นหวัดได้ 8% ในผู้ใหญ่ และ 14% ในเด็ก อย่างไรก็ตาม การกินวิตามินซีไม่ได้ช่วยรักษาอาการเมื่อเริ่มป่วยแล้ว ที่สำคัญคือต้องระวังในผู้ป่วยโรคไต ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดนิ่ว และในคนที่เป็นธาลัสซีเมีย ซึ่งอาจทำให้ธาตุเหล็กในเลือดเกินได้

 

สรุป

 

การกินยาพาราเซตามอลหรือยาลดไข้ต่าง ๆ ล่วงหน้าเพื่อ ‘ดักไข้’ ไม่ได้ช่วยป้องกันการติดเชื้อหรือป้องกันไม่ให้เกิดไข้ เพราะยากลุ่มนี้มีหน้าที่เพียงลดไข้และบรรเทาอาการปวดเมื่อมีอาการเกิดขึ้นแล้วเท่านั้น ไม่ใช่ยาป้องกันโรค การกินยาทั้งที่ยังไม่มีอาการจึงไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ แถมยังเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง โดยเฉพาะหากใช้เกินขนาดหรือใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตับและอวัยวะอื่น ๆ ได้

 

หากต้องการป้องกันโอกาสการเจ็บป่วย วิธีที่ได้ผลจริง ๆ คือการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง รวมถึงการกินวิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสมและรับวัคซีนตามคำแนะนำ ทั้งนี้ แม้จะไม่มีวิธีป้องกันไข้ได้ 100% แต่การดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม สามารถช่วยลดความเสี่ยงที่จะป่วยได้ดีกว่าการกินยาก่อนมีอาการอย่างแน่นอน

 

 

เขียน/เรียบเรียง : ธนาวัฒน์ ศุภวรรณาวิวัฒน์ - นักวิชาการโสตทัศนศึกษา โรงพยาบาลปราสาท

 

อ้างอิง :

- https://channel.mahidol.ac.th/view/2786/กินยาพาราเซตามอลดักไข้%20ได้จริงหรือ

- https://www.samitivejhospitals.com/th/article/detail/myths-medications

- https://www.hfocus.org/content/2022/08/25848

- https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/knowledge_full.php?id=89

- https://www.paolohospital.com/th-TH/rangsit/Article/Details/ยาพาราเซตามอล-กินถูกวิธี-ชีวิตปลอดภัย

- https://www.prachapat.com/take-medicine-before-getting-sick

- https://www.sanook.com/news/9848770

- https://www.thaipbs.or.th/now/content/3017

- https://www.livplusthailand.com/ยังไม่ป่วย-แต่ทานยาพารา

- https://www.amarintv.com/lifestyle/beauty/515670

- https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/may-2020/6-vaccines-that-need

- https://www.facebook.com/mordeeapp/photos/กินยาดักไข้ช่วยได้หรือแค่ทึกทักเอาเองร้อนก็มี-ฝนตกเพราะพายุฤดูร้อนก็มา-เราอาจเคย/739933891658705

MOPH Logo
×