หลายคนอาจเคยเผลอลืมขวดน้ำพลาสติกไว้ในรถยนต์ที่จอดกลางแดด หรือพบเห็นร้านค้านำน้ำดื่มบรรจุขวดพลาสติกมาวางขายกลางแจ้ง ท่ามกลางอุณหภูมิที่สูงของประเทศไทย จนเกิดความกังวลว่าความร้อนอาจส่งผลให้สารเคมีจากพลาสติกปนเปื้อนลงในน้ำดื่ม โดยเฉพาะสารก่อมะเร็ง
ทว่าแท้จริงแล้ว การดื่มน้ำจากขวดพลาสติกที่ตากแดดเป็นเวลานานส่งผลเสียจริงหรือไม่? รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งหรือเปล่า? เรามาหาคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญกัน
ความเชื่อที่ว่าห้ามดื่มน้ำจากขวดพลาสติกที่ตากแดดหรืออยู่ในสภาพอากาศร้อนเป็นเวลานาน เกิดจากการเผยแพร่ข้อความเตือนภัยซ้ำ ๆ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แอปพลิเคชันแชต และอีเมล โดยข้อมูลเหล่านั้นอ้างว่าความร้อนอาจทำให้ ‘สารไดออกซิน’ หรือสารเคมีอันตรายจากขวดพลาสติกละลายหรือแพร่ออกมาปนเปื้อนในน้ำดื่ม ซึ่งหากบริโภคเข้าไปอาจส่งผลเสียต่อร่างกาย รวมถึงก่อให้เกิดโรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ

จากข้อมูลของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข นำโดย นพ.อภิชัย มงคล อดีตอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่ามีการตรวจสอบข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับอันตรายจากการดื่มน้ำในขวดพลาสติกที่วางไว้ในรถยนต์ซึ่งจอดตากแดด โดยนำตัวอย่างน้ำดื่มบรรจุขวดพลาสติกที่จำหน่ายในท้องตลาดจำนวน 18 ยี่ห้อ ไปวางไว้ในรถยนต์ที่จอดกลางแดดเป็นเวลา 1 วัน และ 7 วัน ก่อนนำมาตรวจวิเคราะห์ด้วยเทคนิคทางห้องปฏิบัติการขั้นสูง ปรากฎว่าผลการตรวจสอบไม่พบสารประกอบกลุ่มไดออกซินและสารพีซีบี (PCBs) ในทุกตัวอย่าง
ผลการตรวจสอบดังกล่าว สอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่าสารไดออกซินเกิดขึ้นได้จากกระบวนการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ในช่วงอุณหภูมิประมาณ 200–550 องศาเซลเซียส และพลาสติกที่ใช้ผลิตขวดน้ำดื่มทั่วไปอย่าง PET (ขวดใส) และ PE (ขวดสีขาวขุ่น) ก็ไม่มีคลอรีนเป็นองค์ประกอบ ซึ่งเป็นสารต้นกำเนิดของสารไดออกซิน จึงไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนข้อกล่าวอ้างที่ว่าความร้อนจากแสงแดดภายในรถยนต์ทำให้สารเคมีในขวดพลาสติกทำปฏิกิริยาจนเกิดเป็นสารไดออกซินได้
นอกจากนี้ จากข่าวที่ว่าสาร BPA และสารธาเลต (Phthalate) สามารถหลุดออกมาปนเปื้อนในน้ำดื่มได้หากขวดพลาสติกตากแดดเป็นเวลานาน ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยืนยันว่าขวดพลาสติก 2 ชนิดที่นิยมนำมาบรรจุน้ำดื่มจำหน่ายกันนั้นไม่ได้มีส่วนผสมของสาร BPA ซึ่งเป็นสารที่ใช้ในการผลิตพลาสติกชนิด PC อีกทั้งปัจจุบันก็มีกฎหมายควบคุมปริมาณสาร BPA ในพลาสติก PC อยู่แล้ว
พร้อมกันนี้ อ.เจษฎ์ ยังอธิบายว่าสารธาเลตที่เป็นส่วนประกอบของพลาสติกชนิด PET ไม่สามารถแยกตัวออกจากเนื้อพลาสติกได้ง่าย โดยอ้างถึงงานวิจัยในประเทศอังกฤษเมื่อปี พ.ศ. 2555 ที่ระบุว่า ถ้าจะให้ระดับของสารนี้ละลายออกมาอยู่ในน้ำดื่มบรรจุขวดจนเกินมาตรฐานที่ EU กำหนดไว้นั้น ขวดน้ำดังกล่าวจะต้องตั้งไว้ในที่อุณหภูมิสูงเกิน 60 องศาเซลเซียส นานเป็นเวลาเกิน 11 เดือนเลยทีเดียว

ความเสี่ยงที่ควรให้ความสำคัญกว่าคือการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์และเชื้อโรคในขวดที่เปิดดื่มแล้ว โดย ชลิต โอภานนท์ อินฟลูเอนเซอร์เจ้าของช่อง ‘อากงนักเคมี’ ให้ข้อมูลว่าสภาพอากาศร้อนจะเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ ซึ่งติดมากับน้ำลาย ขณะที่ พีระ นนทะคำจันทร์ นักวิชาการวิจัยและนวัตกรรม โรงพยาบาลสุทธาเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ก็ได้ให้ข้อมูลในทำนองเดียวกันว่าเชื้อโรคสามารถเพาะพันธุ์ได้ดีในที่ที่มีความร้อน ดังนั้น หากเก็บไว้นานแล้วนำกลับมาดื่มอีกครั้งก็อาจเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้ จึงควรดื่มน้ำจากขวดที่เปิดแล้วให้หมดในวันเดียว และไม่ควรนำขวดพลาสติกใช้แล้วกลับมาใช้ซ้ำ
นอกจากนี้ อากงชลิต ยังได้เตือนว่า สิ่งที่น่ากลัวมากกว่าสำหรับขวดพลาสติกที่ตากแดดทิ้งไว้นาน ๆ คือการที่พลาสติกเสื่อมไวขึ้น และมีเศษพลาสติกเล็ก ๆ ที่เรียกว่า ‘ไมโครพลาสติก’ หลุดออกมาปนเปื้อนในน้ำดื่ม ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการอักเสบ สร้างความเสียหายต่อเซลล์ และรบกวนระบบฮอร์โมน ทั้งยังอาจมีผลกระทบต่อร่างกายในระยะยาว
การดื่มน้ำจากขวดพลาสติกที่ยังไม่เปิดฝาและวางตากแดดไว้ ไม่ได้มีหลักฐานยืนยันว่าจะทำให้เกิดโรคมะเร็งหรือได้รับสารไดออกซินตามที่กล่าวอ้าง เนื่องจากขวดน้ำดื่มพลาสติกที่ผลิตตามมาตรฐานมีความปลอดภัยในการใช้งาน อีกทั้งบางแหล่งข้อมูลยังมีการสร้างผู้เชี่ยวชาญที่ไม่มีตัวตนขึ้นมาเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าการวางขวดน้ำพลาสติกตากแดดไว้นาน ๆ เป็นสิ่งที่ควรทำ โดยเฉพาะขวดที่เปิดดื่มแล้ว เนื่องจากความร้อนส่งผลให้เชื้อจุลินทรีย์และเชื้อโรคเติบโตได้ดี ทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงที่จะได้รับสารพิษอย่างไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้น ทางที่ปลอดภัยคือหลีกเลี่ยงการเก็บขวดน้ำพลาสติกไว้ในที่ที่อุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน รักษาความสะอาดของขวดน้ำพลาสติก และไม่นำขวดน้ำพลาสติกกลับมาใช้ซ้ำ

เขียน/เรียบเรียง : ธนาวัฒน์ ศุภวรรณาวิวัฒน์ - นักวิชาการโสตทัศนศึกษา โรงพยาบาลปราสาท
อ้างอิง :
- https://www.hfocus.org/content/2014/06/7329
- https://www.sanook.com/news/9861410
- https://www.sanook.com/news/9863586
- https://oryor.com/media/checkSureShare/media_specify/1156
- https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_9294916
- https://www.stkc.go.th/stiarticle/ขวดน้ำตากแดด-กินแล้วตุยไหม
- https://www.pptvhd36.com/news/สังคม/226702
- https://www.js100.com/en/site/post_share/view/107659
- https://today.line.me/th/v3/article/2DWyGlB
- https://www.mojoesan.com/view/ขวดน้ำพลาสติกตากแดดในรถยนต์หากดื่มเสี่ยงมะเร็งจริงหรือ-
- https://www.facebook.com/reel/3915183445286317